วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

ไอ้ดำหมัดมือไว / Way of the Black Dragon (1979)


ไอ้ดำหมัดมือไว / Way of the Black Dragon (1979)
ดนตรีประกอบ... Eddie Wang/ผู้อำนวยการสร้าง...ณรงค์ ทองธิว/ผู้กำกับภาพยนตร์... Chih Chen-พิชัย น้อยรอด
ดารานำแสดง...Ron Van Clief-วิโรจน์-เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์-เหมยฟ้า-หวังเจียต้า

               แอลลิสัน ถูกลักพาตัวไปโดยแก๊งค้ายาเสพติดกับธุรกิจนอกกฎหมายที่น่ารังเกียจรวมถึงการค้าประเวณี  องค์การตำรวจสากลส่ง บิล อีตัน กับ เฉิน และพี่ชายของแอลลิสันเข้าร่วมกับกองกำลังที่ จะออกตามล่าและกำจัดอาชญากรรมที่ชั่วร้ายทั่วโลกให้หมดสิ้น


               ภาพยนตร์ฮ่องกงผสมฝรั่งและมันแกวจากไทย  ในยุคที่ภาพยนตร์แนว Martial Arts เฟื่องฟู  ในช่วงที่สูญเสียราชากังฟู บรู๊ซ ลี ไปใหม่ๆใครที่มีความสามารถทางด้านวิชาการต่อสู้ เตะๆต่อยๆ  มือไวเท้าไวก็สามารถจะมาเป็นพระเอกนางเอกได้  เรื่องหน้าตาค่อยมาเหลามาดัดกันทีหลัง  โลกทั้งโลกมีดาราที่ชื่อและฉายาว่า บรู๊ซ ลี ต่อท้ายด้วยชื่อประเทศเต็มไปหมด  เมืองไทยก็มี บรู๊ซ ลีเมืองไทย

รอน แวน คลิฟ-หวังเจียต้า
              เมื่อเป็นการร่วมงานกันสร้าง  ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในประเทศไทย จากการอำนวยการสร้างของนายทุนหลายประเทศ  ลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายและฉายก็ประเทศใครประเทศมัน   จะเห็นว่าลิขสิทธิ์ของประเทศไหนผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ก็จะเป็นของประเทศนั้นๆ  ประเทศไทยอำนวยการสร้างโดยคุณวิโรจน์  ทองธิว กำกับฯโดยคุณพิชัย น้อยหลอเอ้ย! น้อยรอด  มีวิโรจน์  โชติรัตน์ ดาราสมทบที่ถูกยกขึ้นมาเป็นพระเอกประกบ หวังเจียต้ากับรอน แวน คลิฟ และนางเอกเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์






โลเกชั่น-ประเทศไทย





คุณ วิโรจน์  โชติรัตน์
คุณเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์

 คุณเหมยฟ้า
ดาราลิ่วล้อตัวประกอบไทย

ใบปิดภาพยนตร์เวอร์ชั่นไทย
              จาก Jim Kelly ทาถึง Ron Van Clif คนหนึ่งมาในฉายา แบล็คเบลล์  อีกคนหนึ่งฉายา แบล็ค ดราก้อน  เดินตามรอยความสำเร็จของ บรู๊ซ ลี ก้าวต่อก้าว  ชื่อภาพยนตร์จึงออกคล้ายๆกันจึงทำให้งงและสับสนได้   เรื่องนี้เห็นมีวางขายอยู่ที่เว็บ อเมซอน  ขายแบบสองเรื่องควบ  ในบ้านเราอาจจะมีกากฟีล์มหลงเหลืออยู่บ้าง อันนี้ต้องรอคุณ มนัส กิ่งจันทร์ ท่านตามหาสักพักก่อน  โชคดีคงได้ดูบ้างสักแว่บสองแว่บ 
             

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ดินแดนแห่งรอยยิ้ม / Das Land Des Lachlanh / a.k.a. Land of Smiles (1952)


ดินแดนแห่งรอยยิ้ม / Das Land Des Lachlanh / a.k.a. Land of Smiles (1952)
บทภาพยนตร์...Victor Leon&Axel Eggebrecht&Hubert Marischka/ ดนตรีประกอบ...Franz Lehar/ ถ่ายภาพ...Kurt Schulz/ ลำดับภาพ...Margarete Steinborn/ กำกับศิลป์...Willi Herrmann&Peter Schlewski&Heinrich Weidemann/ ผู้อำนวยการสร้าง...Kurt Ulrich/ ผู้กำกับภาพยนตร์...Hans Deppe& Erik Ode
ดารานำแสดง...Martha Eggerth-Jan Kiepura-Walter Muller-Paul Horbiger-Ludwig Schmitz
                    ลิชซี่ ลิชท์(Martha Eggerth) นักร้องโอเปร่าระดับรางวัลแกรมมี่เดินทางไปเยี่ยมศาสตราจารย์เฟอร์ดินาลด์ ลิชท์(Paul Hoebiger) ลุงของเธอที่มหาวิทยาลัยในเวียนนา ลิชซี่ได้รู้จักชายหนุ่มจากเอเซียชื่อโซอุ(Jan Kiepura)ซึ่งเป็นนักเรียนของลุงโดยที่ไม่ทราบว่าโซอุคือเจ้าชายจากประเทศจาโรวาและโซอุก็ไม่ทราบว่าลิชซี่เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  เมื่อมีโอกาสได้ขึ้นเวทีร้องเพลงด้วยกันครั้งหนึ่งหนุ่มสาวทั้งคู่ก็เกิดสัมพันธ์รักกันขึ้นจนขนาดตัดสินใจแต่งงานกันแต่ชีวิตใช่จะไร้อุปสรรค  ความที่เป็นคนต่างบ้านต่างเมืองแตกต่างทางวัฒนธรรม ข้อจำกัดจากกฎหมายบ้านเมือง ประเพณีปฎิบัติล้วนทำให้ความรักของคนทั้งคู่ดำเนินไปท่ามกลางปัญหา...พวกเขาจะทำอย่างไร

                         ภาพยนตร์เพลงแนวรักโรแมนติกที่นำบทละครโอเปร่ามาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายโรง เนื้อหาที่นำเสนอก็เกี่ยวกับการต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคที่ขวางกั้นความรักของหนุ่มสาวดูแล้วก็ไม่ต่างจากละครเวทีเรื่อง The King and I นัก ผู้สร้างนำดารานักร้องโอเปร่าตัวจริงเสียงจริง Martha Eggerth มานำแสดงพบพระเอกหล่อเสียงดี Jan Kiepura
Martha Eggerth-Jan Kiepura-ดารานำแสดง

                       ภาพยนตร์เยอรมันตะวันตกเรื่องนี้นอกจากจะถ่ายทำในเยอรมัน ในเบลเยี่ยมแล้วยังยกทีมงานสร้างลัดฟ้ามาถ่ายทำที่ประเทศไทยบ้านเราทั้งที่จังหวัดอยุธยาและกรุงเทพฯซึ่งสมมุติเป็นประเทศจาโรวาตามเนื้อเรื่อง  นอกจากเพลงเพราะๆฝีมือของ Franz  Lahar  แล้วความสวยงามของโลเกชั่นบ้านเรามีส่วนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมจนมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ใหม่อีกในปี ค.ศ.1930 และปีค.ศ.1961(tv) และประโยคที่ว่า Land of Smiles คนต่างชาติต่างก็ยอมรับว่าหมายถึงประเทศไทย(สยาม)ซึ่งถือเป็นคำชื่นชมที่เราคนไทยภาคภูมิใจเป็นที่สุด











 โลเกชั่น-อยุธยา และกรุงเทพฯ ประเทศไทย

                     ...จงภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นไทย มิเป็นทาสใครแหละมีน้ำใจล้นปริ่ม ทั่วโลกกล่าวขานขนานนามให้ว่าสยามเมืองยิ้ม เราควรกระหยิ่มถึงความดีงาม...(เพลงสยามเมืองยิ้ม-ลพ บุรีรัตน์/พุ่มพวง ดวงจันทร์)




                       ที่ผ่านมาฝรั่งต่างชาติยังมองว่าเราเป็น Land of Smiles แล้วทำไมช่วงที่ผ่านมา(พ.ศ.2551-เป็นต้นมา) การเมืองไทยตกต่ำสุดๆ นักการเมืองอาศัยความศรัทธา ความนิยมของประชาชนที่สนับสนุนตนเองและพรรคแบ่งแยกคนไทยจัดแข่งกีฬาสีทำให้คนไทยด้วยกันเองเกิดการแยกเขี้ยวใส่กัน มีเขี้ยวมีฟันก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีเขี้ยวไม่มีฟันเหลือแต่เหงือกมาแยกใส่กัน...โอย สยอง!  อีกหน่อยไปไหนมาไหนในอาณาเขตประเทศไทยมองไปทางไหนไม่เห็นรอยยิ้ม คนไทยไม่ยิ้มให้กันเสียแล้ว ที่นี้ใครๆจะรู้ได้ไงว่าใครคนไหนคือคนไทย จะพูดจากับใครทีก็ยังลังเลใจจนต้องถามก่อนว่าคนไทยหรือเปล่า เจอแบบนี้    เป็นนิยายเรื่องยาวไม่มีวันจบง่ายๆ น้ำเน่าเรือหาย...การเมืองไทย
ปล. ขอบคุณภาพจากเว็บบ์ซื้อขาย EBAY

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

สี่คน ห้าแต้ม ทะลุจอ / Action (2013)


สี่คน ห้าแต้ม ทะลุจอ / Action (2013)
บทภาพยนตร์...Anil Sunkara/ดนตรีประกอบ...Bappi Lahiri-Thaman S./ถ่ายภาพ...Sarvesh Murari/ลำดับภาพ...M.R. Varma/อำนวยการสร้าง... Sunkara Ramabrahmam/ผู้กำกับภาพยนตร์...Anil Sunkara
ดารานำแสดง...Allari Naresh-Shaam-Vaibhav Reddy

                      บาวา   อาเจ   ศิวะ  ปูรุส  ชายหนุ่มสี่คนเพื่อนรักกัน    อาเจกำลังจะแต่งงานในไม่กี่วันข้างหน้า  หนุ่มๆจึงตัดสินใจจะเที่ยวฉลองความโสดครั้งสุดท้ายให้อาเจ  โดยการไปเที่ยวที่ กัว (Goa) ระหว่างเดินทาง บาวาก็พบรักกับสาวงามนางหนึ่ง   ในกัวพวกเขาเมาหัวทิ่มบ่อแต่พอสร่างเมาในเช้าวันใหม่พบว่าเพื่อนคนหนึ่งหายไป   พวกเขาออกตามหาแต่จะพบเจอทันเวลาที่อาเจจะกลับไปแต่งงานหรือไม่นั่นเป็นปัญหาใหญ่มากๆ


                      เป็นภาพยนตร์อินเดียออกแนวตลก สนุกสนาน เพลงเพราะและฟังดูสนุกมาก   ดูแล้วคิดถึงภาพยนตร์ไทยในอดีตที่นำตลกสี่สีมาแสดงนำ  หรือ ตลกเด่น เด๋อ เทพ โพธิ์งาม มาแสดงแทนที่จะนำพระเอกดังๆมาประกบกัน  ในสมัยนั้นดูสนุก  ในปัจจุบันคงบอกได้เลยว่าเชย และฟืดมาก   ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นสร้างออกมาในระบบ 3D ทะลุจอทิ่มลูกกะตามากกว่าจะเน้นเนื้อหาสาระเพราะผู้สร้างเขาเอาภาพยนตร์ฮอลีวู๊ดเรื่อง  The Hangover 2 ที่มาถ่ายทำในกรุงเทพฯบ้านเรา มา รีเมคใหม่เป็นภาพยนตร์อินเดียให้คนอินเดียบ้านเขาดูกัน



โลเกชั่น-พัทยา  ชลบุรี  ประเทศไทย

                     ภาพยนตร์ยังแอบมีฉากร้องเล่นเต้นระบำที่เข้ามาถ่ายทำที่พัทยา  จังหวัดชลบุรี  ประเทศไทยของเรา  ก็ต้องขอบคุณที่ยังรักประเทศนี้   ประเทศที่คนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังบ่อนทำลาย  ให้เสียหายย่อยยับลงทุกวัน



                     ประเทศไทยไม่เคยอันตราย  เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นมันก็มีต้นเหตุมาจากแต่ละคนเอง   คุณมาเทียวคุณมาเมาหัวลาน้ำ  ไม่มีสติ   คุณมาโทษประเทศ  มาโทษคนโน้นคนนี้ไม่ได้หร็อก  คนนะครับไม่ใช่แมว...จะให้นิสัยดีเหมือนกันหมดมันเป็นไปไม่ได้  ฉะนั้นกรุณาอย่าทำตัวให้อยู่บนความเสี่ยง  คุณก็จะไม่เสี่ยง

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

ตามล่าคริสตัลมหาภัย / Crystal Hunt (1991)


ตามล่าคริสตัลมหาภัย / Crystal Hunt (1991)
บทภาพยนตร์...Hen Pan Hung/ถ่ายภาพ...Chuan-Li Chen/ลำดับภาพ...Bao-Hua Fang/อำนวยการสร้าง...Fat Tsui/ผู้กำกับภาพยนตร์...Hsia Hsu
ดารานำแสดง...ดอนนี่ เยน-หูหุ้ยจง-เคนโล-Carrie Ng

           สองตำรวจค้นหาคริสตัลลึกลับที่มีพลังในการรักษาโรคที่จะรักษาคนป่วยชราคนหนึ่งให้หายได้  บนเส้นทางที่พวกเขาค้นหายังมีทีมนักล่าสมบัติที่มีทักษะการต่อสู้ที่น่าเกรงขามอีกมากมายหลายคน  ทุกคนต่างมาแย่งชิงคริสตัลลึกลับนั้นเพื่อเป็นสมบัติของตน  และประเทศไทยคือที่ที่พวกเขามาค้นหา และสู้กันจนล้มตายมากมาย


          สมัยก่อน  ถ้าถามว่าดอนนี่ เยน เป็นใคร บอกได้เลยว่าไม่รู้จัก  

แต่ถ้าเป็นตอนนี้ก็พอรู้ว่าเขายังสร้างภาพยนตร์และแสดงภาพยนตร์

กังฟู กำลังภายในของฮ่องกงอยู่อย่างต่อเนื่อง  ยิ่งอายุเริ่มมาก  ราศี.

ดาราใหญ่  ชื่อชั้นยิ่งดูดีขึ้น  ดังขึ้นและนี่คือภาพยนตร์ในยุคแรกๆที่ดอน

นี่ เยนแสดง หน้าตายังเป็นตี๋หนุ่ม บ้องแบ๊วอยู่เลย


         ทีมงานสร้างยกกองถ่ายมาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งเรื่อง   และเนื่องจากเป็นภาพยนตร์เก่าเก็บภาพที่แคปเจอร์ได้ก็จะไม่ชัดมากนัก  พอดูรู้เรื่องว่าเป็นประเทศไทย  ก็พยายามจะหาฉากที่มีภาษาไทย  เอกลักษณ์ไทยมาให้ดูเป็นหลักฐานมากที่สุด  








โลเกชั่น-ประเทศไทย

เบื้องหลังการถ่ายทำ-สะตั้นย่ำแย่

         เจตนาที่มาลงมาเล่าเรื่องภาพยนตร์ต่างชาติที่มาใช้โลเกชั่นประเทศไทยถ่ายทำภาพยนตร์ก็เพื่อยกย่อง  เชิดชู ดาราไทย  ทีมงานสร้างภาพยนตร์คนไทย ที่ได้ร่วมงานสร้าง แสดงความเป็นมืออาชีพให้คนทั้งโลกเห็นว่าคนไทยเรามีมากแค่ไหน  และที่สำคัญอยากปลุกหัวใจคนไทยให้รู้สึกรักชาติไทย  มีความเป็นคนไทยชาตินิยมมากขึ้น  เอาถึงระดับขึ้นสมองไปเลยก็ดี...ชอบเลย  แต่ปัจจุบัน พวกนักการเมืองกลับเอาความรักความศรัทธาที่ประชาชนนิยมตนเองมาสร้างความแตกแยกให้เกิดกับคนไทย  ฝ่ายหนึ่งบอกรักษากติกา  อีกฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนกฎหมาย  ป่าเถื่อน ยุยงให้พ่อแม่คนทั้งหลายแสดงพฤติกรรมถ่อยๆ ไร้น้ำใจนักกีฬา  ไร้มารยาทให้ลูกๆที่นั่งดูหน้าจอทีวีเห็นทุกวัน  เมื่อพ่อแม่เป็นเช่นนี้  ไม่อยากคิดถึงอนาคตประเทศไทยที่รุ่นลูกจะเจริญเติบโตขึ้น...บ่น   ฝากไปกับสายลม....



          ไม่เป็นไรครับพี่น้อง...ปิดกรุงเทพฯ  เราก็ไปใช้กรุงไทย ไทย

พานิชย์  ทหารไทย ก็ได้  ไม่เห็นจะเดือดร้อนเลยเธอ

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

หมดหวัง / Prêt à tout (2014)


หมดหวัง / Prêt à tout (2014)
บทภาพยนตร์... Laurent Turner/ดนตรีประกอบ... Christophe La Pinta- My Melody /ถ่ายภาพ... Guillaume Deffontaines/ลำดับภาพ... Thierry Rouden/อำนวยการสร้าง... Eric Jehelmann/ผู้กำกับภาพยนตร์... Nicolas Cuche
ดารานำแสดง... Max Boublil-Aïssa Maïga-Patrick Timsit

                  แม็กซ์กับเพื่อนมีรายได้มหาศาลจากการทำงานบนอินเตอร์เน็ต  เขาหลงรักอลิสา คุณแม่ลูกหนึ่ง   แม็กซ์ซื้อโรงงานที่กำลังล้มละลายเพื่อให้เธอได้ทำงานต่อไปโดยไม่เปิดเผยว่าเขาเป็นเจ้านาย  แม้กระทั่งการดูแลวาเลนลูกชายของเธอเขาก็ทำอย่างเต็มใจเพื่อให้ได้ความรักของเธอตอบแทน


                   ภาพยนตร์ฝรั่งเศส แนวรักโรแมนติกรนณรงค์การเหยียดสีผิวจ๋าเชียว  เนื้อหาว่าด้วยเศรษฐีใหม่ใช้จ่ายเงินเพื่อความสุขอย่างไร้สาระก็ว่าได้  ไม่ไร้สาระก็มีเหตุผลอยู่บ้างโดยเฉพาะเหตุผลด้านความรัก  บางทีเหตุผลอาจฟังดูโง่ๆ  ข้างๆคูๆ  แต่ใครไม่เจอใครไม่รู้หร็อก

Aïssa Maïga-Max Boublil

                  ภาพยนตร์ยกช่วงการเที่ยวพักผ่อนมาถ่ายทำที่ภูเก็ต  ประเทศไทย  ที่ยังมีความงดงามไม่ส่างซา  ทั้งรีสอร์ทหรู  น้ำทะเลสวย ใสปิ๊ง  เกาะแก่งเรียงเป็นทิวแถว กระจายเป็นหย่อมๆกลางทะเล  มีคุณอัญชิตรา  พวงชับ เป็นไลน์ โปรดิวเซอร์  นำทีมงานสร้างไทยมาแสดงฝีมือ






 
โลเกชั่น-จังหวัดภูเก็ต  ประเทศไทย

                 ดูใบปิดแล้วคล้ายๆภาพยนตร์เรื่อง  ผู้หญิงบานฉ่ำ  แต่เนื้อหาคล้ายกันตรงพระเอกมีตังค์  แสวงหาความสุข  และความรักแท้  รายละเอียดอื่นๆไม่เกี่ยวกัน   สิ่งที่ผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ก็คือ  ความอิจฉาริษยา ตาร้อนเผ่า เหมือนๆกัน

วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

หนึ่งเดือนในประเทศไทย / O luna in Thailanda (2012)


หนึ่งเดือนในประเทศไทย / O luna in Thailanda (2012)
บทภาพยนตร์...Vlad Trandafir-Paul Negoescu/ถ่ายภาพ....Andrei Butica/ลำดับภาพ...Alexandru Radu/ผู้อำนวยการสร้าง...Ada Solomon/ผู้กำกับภาพยนตร์...Paul Negoescu
ดารานำแสดง...Andrei Mateiu-Ioana Anastasia Anton-Sinziana Nicola

                 ราดู ก็ตัดสินใจที่จะหยุดความสัมพันธ์สองปีของเขากับอาดินาเพื่อนสาว ในคืนสุดท้ายของปี  และจะเริ่มต้นใหม่ในการผจญภัยที่มีนาเดียอดีตสาวเพื่อนสาวของเขาอยู่ด้วย    สองสาวเพื่อนสาวของเขาไม่เพียง แต่มีชื่อของพวกเธอประกอบด้วยตัวอักษรเดียวกัน เท่านั้น แต่พวกเธอยังมีลักษณะคล้ายกันมากอีกด้วย     ราดูพยายามที่จะโน้มน้าวให้สาวๆเดินทางไปยังประเทศไทยกับเขา  แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหามากมายต้องรีบแก้ไขทั้งหมด


                 ภาพยนตร์จากโรมาเนียที่เอาชื่อประเทศไทยมาขายให้เราหลงตื่นเต้น  เป็นภาพยนตร์ออกแนวดราม่า เล่นกับความลังเลใจของตัวเอกของเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจที่สำคัญๆ ในชีวิต   ภาพยนตร์เริ่มฉากแรกด้วยฉากบนเตียงแล้วก็จบเรื่องด้วยฉากปิดท้ายบนเตียงเช่นกัน




                ไม่มีดาราไทย  ทีมงานสร้างของไทย  ไม่ได้ถ่ายทำในประเทศไทย  ไม่เกี่ยวกับประเทศไทยสักอย่างเดียว ยกเว้นชื่อเรื่องที่มีประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวเต็มๆ  เท่านั้น
               เริ่มต้นปีใหม่ก็ผิดหวัง (ด้านภาพสวยๆที่ถ่ายในประเทศไทย) กับภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนใครเลย 
ว้า...แย่จัง