วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แผนต้านไวรัสถล่มโลก / Aazaan (2011)


แผนต้านไวรัสถล่มโลก / Aazaan (2011)
บทภาพยนตร์...Shubra Swarup/ดนตรีประกอบ...Salim-Sulaiman/ถ่ายภาพ...Axel Fischer BVK/ลำดับภาพ...Amitabh Shukla-Humphrey Dixon/ผู้อำนวยการสร้าง...M. R. Shahjahan-Shaju Ignatius-Sunaman Sood/ผู้กำกับภาพยนตร์...Prashant Chadha
ดารานำแสดง...Sachiin J Joshi-Candice Boucher

                 มีการระเบิดพลีชีพที่บ้านรัฐมนตรีอินเดียในเยอรมันนี    ทางสำนักงาน RAW  ส่งโซเฟียเข้าร่วมการสอบสวนปรากฏว่ามันไปเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง และกลุ่มบุคคลลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ด๊อกเตอร์   ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวอาแซน ข่าน มาสอบสวนเพราะ อาแมน พี่ชายของเขามีชื่อเข้าไปพัวพันกับแก๊งค์วายร้ายที่กระทำการครั้งนี้   อาแซน รับทำงานสายลับโดยถูกทางการส่งเข้าไปแทรกแซงในองค์กรก่อการร้าย  เขาเดินทางไปหลายๆประเทศเพื่อหาตัวผู้บงการ จนสามารถเข้าไปในขบวนการของศัตรูจนได้   ที่ปากีสถานอาแซนก็ได้ทราบเบาะแสเกี่ยวกับด๊อกเตอร์และไวรัส  กับยารักษาไวรัส   อาเซียนได้พบและช่วยพานักวิทยาศาสตร์ที่ผลิตยารักษาไวรัสให้หนีไป   ทางองค์กรจึงตามล่าเขา  อาแซนไปพบศิลปินผู้หนึ่งในโมร็อกโคช่วยเด็กสาวกำพร้าพาหนีไปอินเดียเพราะเลือดของเธอสามารถนำมาสะกัดและผลิตยารักษาไวรัสได้   พวกวายร้ายตามล่าอาแซนไปติดๆ  พวกเขาจะหนีรอดกลับไปถึงอินเดียได้หรือไม่...


                  ภาพยนตร์บอลีวู๊ด แนวแอ๊คชั่น สายลับ  ที่เดินทางไปถ่ายทำในประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย รวมแล้ว 8 ประเทศ มีโมร็อกโก  ฮ่องกง  แอลจีเรีย  โปแลนด์  เยอรมันนี  อินเดีย  รัสเซีย  และ กรุงเทพฯ ประเทศไทย    ฉาแอ๊คชั่นมากมายถูกเน้น และออกแบบมาอย่างดี  แต่ก็ขัดตาขัดยาย ขัดใจ ตรงที่พ่อพระเอกของเรื่องดูรูปร่างหน้าตาแล้วมันไม่ค่อยจะใช่พระเอกสายลับสักเท่าไหร่  เอาใจเราเองเป็นเครื่องชี้วัดน่ะ


                 ฉากที่มาถ่ายทำในประเทศไทยก็เป็นฉากไคลแม็กซ์ฉากหนึ่ง  คือการที่พระเอกเอาเชือกผูกเอวแล้วโดดจากดาดฟ้าหลังคาตึก  กสท.หรือ CAT   ลงมาห้อยโตงเตง ถีบกระจกแตกเข้าไปยิงคนในตึกตาย  ก็น่าดูดี   ได้ใจ  ฉากสั้นๆแค่นี้ ก็ต้องใช้เวลาเตรียมการและถ่ายทำนานเป็นเดือนเช่นกัน  อย่าคิดว่ากินหมูง่ายๆ



โลเกชั่น-กรุงเทพฯ  ประเทศไทย


เบื้องหลังการถ่ายทำ-ฉากริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ประเทศไทย
                  ดูหน้าหนังแล้วน่าจะเป็นภาพยนตร์แอ๊คชั่นที่น่าดูเรื่องหนึ่ง   ไม่แพ้ภาพยนตร์ฝรั่งในยุคนี้สักเท่าใดเลย  เพียงแต่ภาพยนตร์อินเดียเขายังไม่ทิ้งวัฒนธรรมการสร้างของเขา  ยังคงเอาไว้ไม่มากก็น้อย  ไม่ว่ากี่ร้อยปี กี่พันปี  ใครได้ดูก็ยังรู้ว่านี่ภาพยนตร์อินเดีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น