วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

007 เพชฌฆาตปืนทอง / The man with the golden gun (1974)



007 เพชฌฆาตปืนทอง / The man with the golden gun (1974)
บทภาพยนตร์...Richard Maibaum&Tom Mankiewicz /ดนตรีประกอบ...John Barry /ถ่ายภาพ...Ted Moore&Oswald Morris /ลำดับภาพ...Raymond Poulton&John Shirley / ออกแบบงานสร้าง...Peter Murton /กำกับศิลป์....John Graysmark&Peter Lamont / แต่งหน้า-ทำผม...Paul Engelen&Mike Jones /อำนวยการสร้าง...Harry Saltzman&Albert R. Broccoli / ผู้กำกับภาพยนตร์...Guy Hamilton
ดารานำแสดง...Roger Moore-Christopher Lee-Britt Akland-Maud Adams-Richard Loo-Bernard Lee-Soon Tek Oh-จอย เวชชาชีวะ-Herve Villchaize
                           ที่เบรุตสายลับ008ถูกฆ่าตายด้วยกระสุนปืนทองคำแต่ที่อังกฤษสายลับเจมส์บอนด์007(Roger Moore) ได้รับปลอกกระสุนปืนทองจากใครคนหนึ่ง  สืบได้ว่ากระสุนปืนทองผลิตที่ฮ่องกงโดยฝีมือของสือชาผู้สั่งผลิตคือแอนเดอร์สัน(Maud Adams) ผู้หญิงของมือปืนสามหัวนมสกาลมังก้า(Christopher Lee)  ตอนนี้สกาลมังก้ากำลังลงทุนกับไฮแฟ็ต(Richard Loo) ที่อาศัยอยูที่กรุงเทพฯผลิตชิ้นส่วนโซเล็กซ์ชิ้นส่วนที่จะนำไปประกอบกับเครื่องมือแปลงพลังแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานอย่างอื่นได้อย่างมหาศาล  บอนด์กับสารวัตรฮิป(Soon Tek Oh) เดินทางไปกรุงเทพฯโดยมีกู๊ดไนท์(Britt Akland) มาคอยดูแลต้อนรับ  บอนด์แอบไปหาไฮแฟ็ตแล้วถูกจับได้แต่หมวดฮิปก็ช่วยออกมาได้  บอนด์จึงเปลี่ยนแผนมาเกลี้ยกล่มแอนเดอร์สันจนทราบว่าคนที่ส่งปลอกกระสุนทองไปให้เขาคือแอนเดอร์สันนั่นเองเหตุผลคือเธออยากให้บอนด์มาช่วยพาเธอไปให้พ้นเงื้อมมือของสกาลมังก้าไปเสียที  บอนด์จึงให้แอนเดอร์สันขโมยชิ้นส่วนโซเล็กซ์ออกมาให้เขาก่อนแล้วจะพาเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัย  แอนเดอร์สันทำตามที่บอนด์ขอเธอจึงโชคร้ายถูกสกาลมังก้าฆ่าตายและสกาลมังก้าก็จับตัวกู๊ดไนท์ไปเพื่อแลกกับโซเล็กซ์  และเมื่อบอนด์ตามไปช่วยกู๊ดไนท์ สกาลมังก้าก็จะขอดวลกับสายลับมือหนึ่งของโลกว่าใครมันจะแน่กว่าใคร...

             
                        ภาพยนตร์แนวผจญภัยสายลับเรื่องดังที่สร้างติดต่อกันมา 23 ภาคแล้วเปลี่ยนพระเอกมาหกคน Roger Moore เป็นคนที่สาม และนี่เป็นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องที่สองของเขาต่อจาก Live and Let die   เนื้อหาของภาพยนตร์ยังคงยึดติดอยู่กับการติดตามทำลายล้างผู้ก่อการร้ายระดับโลกที่มีแผนจะครอบครองโลกด้วยวิธีที่เข็มขัดสั้นคาดไม่ถึงเสมอๆ ความหวังของคนทั่วโลกจึงอยู่ที่เขาคนเดียว เขาคือ เจม...เจมส์บอนด์ เขาเป็นสายลับที่บอกชื่อจริงตลอด ไม่เคยปลอมแปลงหน้าตาแต่ก็ไม่มีใครจำเขาได้ สักครั้ง

Roger Moore-Christopher Lee-Maud Adams-Britt Akland

                          ทีมงานสร้างยกทีมมาถ่ายทำในประเทศไทยที่กรุงเทพฯ ธนบุรี สมุทรปราการ คลองด่าน  ถนนราชดำเนินนอก สะพานข้ามแม่น้ำแคว  จังหวัดพังงา  จังหวัดภูเก็ต ฯลฯ มีบริษัทซานต้าฟีล์มของคุณสันต์ เปสตันยีร่วมงานสร้างโชว์ฝีมือคนไทย
                            ที่กรุงเทพฯซึ่งเป็นที่อยู่ของไฮแฟ็ตนักธุรกิจญี่ปุ่นที่บอนด์รอบเข้าไปหาความลับจนถูกจับส่งไปลงโทษที่โรงเรียนสอนยูโดร้อนถึงผู้หมวดฮิปกับหลานสาวสองคนต้องตามไปช่วย โรงเรียนสอนยูโดนั้นถ่ายที่เมืองโบราณจังหวัดสมุทรปราการ และหนึ่งในสองคนที่เป็นหลานหมวดฮิปคือนักแสดงไทยเรานามสกุลเหมือนพณฯท่านนายกของไทยคนหนึ่งเธอคือคุณจอย  เวชชาชีวะ

จอย เวชชาชีวะ - โรเจอร์ มัวร์ - ซี หยวน

ซึ่งคุณจอยเองเคยผ่านการแสดงภาพยนตร์ไทยคู่กับคุณเปียทิพย์ คุ้มวงศ์มาแล้วในเรื่องมัจจุราชผู้น่ารัก มีคุณกรุง ศรีวิไลเป็นพระเอก

คุณจอย เวชชาชีวะ ร่วมแสดงกับเปียทิพย์ คุ้มวงศ์ใน มัจจุราชผู้น่ารัก

                           ในฉากที่บอนด์หนีจากโรงเรียนสอนยูโดนั้นมีตัวประกอบไทยโนเนมคนหนึ่งที่ร่วมเข้าฉากต่อสู้กับเจมส์บอนด์ สู้กับหมวดฮิปและสองหลานสาวกับเขาด้วย  เขาผู้นั้นคือมาสเตอร์ทอดดี้-คุณทศพร สิทธิวัจน์ปัจจุบันเปิดโรงเรียนสอนมวยไทยกว่า 50 สาขาในอเมริกาและยังเป็นโปรโมเตอร์มวยไทยชื่อดังในอเมริกาอีกด้วย

คุณทศพร สิทธิวัจน์(มาสเตอร์ทอดดี้)
            
                            ฉากพระเอกขับเรือหนีผู้ร้ายถ่ายทำที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก   จากนั้นก็มาถ่ายฉากที่สนามมวยราชดำเนินเป็นฉากที่สกาลมังก้าฆ่าแอนเดอร์สันตายแล้วจับเอาตัวกู๊ดไนท์ขึ้นรถหนีไป  บอนด์ต้องขับรถไล่ตามสกาลมังก้าไป รถออกจากหน้าเวทีมวยราชดำเนินตัดฉับโผล่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตัดฉับ...ฉับโผล่เสาชิงช้านกพิลาบฝูงเดิมหรือเปล่าจำหน้าไม่ได้บินแตกกระจาย  ตัดฉับ...ฉับ...ฉับ..โผล่สนามหลวงอีกรอบ ตัดฉับ..ฉับ..ฉับ...ตัดให้ขาดเลยชับ!ชับ!ชับ! คราวนี้เจมส์ เรืองศักดิ์เอ้ย! เจมส์บอนด์ขับรถเลาะริมคลองด่านไปแล้ว  คนตัดต่อ-ลำดับภาพเขาเก่งมากขนาดคนขับแท็กซี่รับจ้างที่ชำนาญทางที่สุดในกรุงเทพฯดูแล้วยังมึนตึบเลย

โลเกชั่น-ประเทศไทย

ฉากดวลปืนกันที่อ่าวพังงา

                            ฉากร้านอาหารของโรงแรมที่บอนด์กับกู๊ดไนท์นัดทานข้าวกันดูฉากนี้แล้วนึกถึงการดูถูกดูแคลนการใช้ตะเกียบของคนจีนในภาพยนตร์เรื่อง Das Geheimnis der drei Dschunken (1965) เพราะในฉากนี้มีบ๋อยมาแนะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยผลิตเองชื่อฟูยัค(อ่านแบบสำเนียงฝรั่ง-ห้ามผวนคำ)หรือภูยักษ์(อ่านแบบไทยๆ)ให้พระเอกเจมส์บอนด์ฟัง เจมส์บอนด์ทำสีหน้าเหยเกปากขมุบขมิบเหมือนว่าดื่มเข้าไปแล้วกูตายแน่ๆ  โถ...คนเขียนบทก็ช่างตั้งชื่อเหล้าให้เน๊าะ  นี่คนเขียนบทเขายังคิดว่าบ้านเรายังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนยังขี่ช้างไปเรียนหนังสือกันอยู่ละมั้งจึงมีของกินแปลกๆ พิสดารมาบริการนำเสนอ   พี่เจมส์บอนด์เอ๋ยฉันจะบอกอะไรให้นะนาย...ถ้าจะผลิตเหล้ายี่ห้อเชยๆ ประหลาดๆอย่างคุณว่ามาพวกเราทำของปลอมขายจะดีกว่า (ดีนะที่เป็นเหล้า ถ้ามาดูถูกอย่างอื่นละก็ โกรธยันลูกบวชเลยล่ะ)
                            จากนั้นทีมงานสร้างยกกองถ่ายลงภาคใต้ไปที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา ที่บริเวณอ่าวพังงา มองเห็นเกาะเขาพิงกัน  เกาะเขาตะปู ทีมงานสร้างสมมุติเป็นที่อยู่ของสกาลมังก้าในเขตจีนแดงซึ่งบอนด์ต้องไปช่วยกู๊ดไนท์ที่ถูกจับมา  มีฉากดวลกันระหว่างเจมส์บอนด์กับสกาลมังก้าเป็นจุดสำคัญ

                               เมื่อกองถ่ายทำภาพยนตร์กลับไปชาวบ้านในแถบนั้นต่างก็เรียกขานบริเวณอ่าวพังงากันใหม่   ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวก็เลยเรียกตามกันไปหมดจนติดปากกันไปทั้งโลกว่า

                                เกาะ...เจมส์ บอนด์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น